10 วิธี เปลี่ยนโพสต์แป๊กให้ปัง

แม้ว่าการอัตราการเข้าถึงและมีส่วนร่วมในคอนเทนต์บน Social Media จะลดลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ นักการตลาดส่วนใหญ่ก็ยังคงเทคะแนนให้การใช้ Social Media เป็นตัวช่วยสำคัญในการทำการตลาด เพราะการสร้างส่วนร่วมผ่าน Social Media ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์และลูกค้า สร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ เกิดการบอกต่อ ซึ่งนับเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังยิ่งกว่าการทำโฆษณาเสียอีก

ใครที่ยังคิดไม่ตกว่าต้องทำอย่างไรให้การใช้ Social Media สื่อสารกับผู้ชมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างการมีส่วนร่วมที่มากขึ้นได้ ผมขอแนะนำเคล็ดลับดีๆ  10 ข้อที่ช่วยจุดประกายไอเดียให้เพื่อนๆ

 1. ขยันตอบคอมเมนท์และข้อความอย่างสม่ำเสมอ

หัวใจสำคัญของการสร้างการมีส่วนร่วม มาจากความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น นั่นก็คือทำให้เขารักเราอยากติดตามเราไงหละ การทำคอนเทนต์ Viral ทำให้คนในวงกว้างสนใจเราก็จริง แต่เราอาจดังเพียงชั่วข้ามคืน ถูกพูดถึงแค่ในช่วงนั้นๆ อย่าใช้ Social Media แค่เป็นพื้นที่ประกาศข่าว แต่ใช่เป็นช่องทางสื่อสาร ตอบกลับข้อความอย่างสม่ำเสมอและตอบให้เร็วที่สุด ให้คำตอบที่ตรงประเด็นและเป็นประโยชน์ อย่าตอบแบบ Copy-Paste เด็ดขาด! จำไว้ว่าเขาอยากคุยกับเราในฐานะตัวแทนของแบรนด์ที่เป็นมนุษย์จริงๆไม่ใช่หุ่นยนต์

 

2. สร้างอัตลักษณ์ในการสื่อสาร

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราจำเพื่อนของเรานอกจากชื่อและรูปร่างหน้าตาแล้ว ก็คือการแสดงออกที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งนับเป็น“อัตลักษณ์” อย่างหนึ่งของเขา เช่น เพื่อนชื่อเอ เป็นคนตัวสูง นิสัยขี้เล่นชอบพูดล้อเลียนเพื่อนๆเสมอ การสื่อสารในนามของแบรนด์ผ่าน Social Media ก็จำเป็นต้องสร้างตัวตนที่มีอัตลักษณ์สอดคล้องกับความเป็นแบรนด์ของเราให้เป็นที่จดจำของผู้ชมเช่นกัน ถ้าเราขายชุดออกกำลังกายสำหรับผู้ชาย แอดมินผู้ดูแลเพจก็อาจสร้างบทสนทนาที่แสดงถึงความเป็นผู้ชายทันสมัย ลุยๆ อาจจะกวนนิดหน่อยเพื่อสร้างความเป็นกันเอง คนก็จะจำได้ว่าถ้าคุยกับแอดมินเพจนี้จะได้คำตอบที่ให้ความรู้สึกประมาณนี้เหมือนเพื่อนที่คุยกันถูกคอ ทีนี้เราก็ได้ทั้งฐานแฟนคลับและการจดจำแบรนด์ในระยะยาวในคราวเดียวกัน

 

3. อย่าเอาแต่โพสต์ข้อความ ใส่รูปโดนๆ ลงไปด้วย

การโพสต์รูปภาพไปกับข้อความย่อมเรียกความสนใจจากผู้ชมได้ดีกว่าการโพสต์แต่ข้อความยาวเหยียดถูกไหม ยิ่งรูปภาพที่สวยงาม แปลกใหม่ ยิ่งเตะตาให้คนอยากเลี้ยวกลับมาดูคอนเทนต์ของเรา โดยเฉพาะกรณีที่เราอยากโพสต์บทความ หรือคอนเทนต์เดิมเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แคมเปญหนึ่งซ้ำกันหลายครั้ง การเปลี่ยนรูปภาพก็ช่วยได้มากในการทำให้คนไม่รู้สึกเบื่อกับภาพเดิมที่ต้องเห็นซ้ำไปมา (สำหรับใครที่ใช้การโพสต์ลิงก์ผ่าน Social Media อย่าง Facebook อาจจะพอทราบกันแล้วนะว่าตอนนี้ฟังชันก์แก้ไขรูปและข้อมูลก่อนแชร์ลิงก์บน Timeline ได้ถูกปิดไปแล้ว เราจึงทำได้เพียงการแก้ไขข้อมูลในลิงก์ของตัวเองที่จะใช้แชร์บน Facebook ได้เท่านั้นนะฮะ)

4 ถามถึงความคิดเห็นและรีวิวจากผู้อ่านบ้าง

ถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าและบริการของเรา ผ่านหน้าเพจที่เราดูแลอยู่พร้อมตอบกลับในแต่ละความคิดเห็น โดยเฉพาะความคิดเห็นในแง่ลบ เป็นการถือโอกาสชี้แจงและแสดงความรับผิดชอบด้วย การขอข้อความคิดเห็นหรือสอบถามผู้ชมว่าอยากรู้ข้อมูลอะไรจากเทรนด์หรือเรื่องที่กำลังดังอยู่ในตอนนี้ก็ช่วยให้เราได้ไอเดียในการทำคอนเทนต์ที่ถูกใจผู้ชมได้ ยิ่งตอนนี้ Social Media แต่ละเจ้าปล่อยฟีเจอร์ทำแบบสอบถามที่มีลูกเล่นแพรวพราวออกมาให้ได้เล่นกัน ยกตัวอย่าง Instagram Story ที่ผมได้เล่าไปในบทความก่อนๆ ก็ช่วยทำให้การแบบสอบถามกลายเป็นเรื่องสนุก ได้ทั้งความคิดเห็นและสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชมในโพสต์เดียว

 

5. ติดตามเทรนด์ ตอนนี้คนสนใจอะไรบนโลกออนไลน์

ลองหันมาเล่นอะไรใหม่ๆบ้าง อย่างเทรนด์ที่กำลังเป็นกระแส ไม่ต้องยึดติดกับการทำอะไรตามวันสำคัญบนปฏิทินเสมอไป ดูว่าตอนนี้คนกำลังสนใจอะไรก็ช่วยให้คุณสร้างคอนเทนต์สนุกๆ ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างด้านล่างที่ Blizzard บริษัทผลิตซอฟต์แวร์เกมที่จัดมีตติ้งในวันสัตว์เลี้ยงแห่งชาติ (National Puppy Day) โดยให้น้องหมาได้มีส่วนร่วมด้วย แน่นอนว่าคนเห็นน้องหมาน่ารักเป็นต้องอยากแชร์คอนเทนต์ต่อแน่ๆ

 

6. ใช้ข้อความที่เคลียร์ และใส่ปุ่ม Call To Action

ไม่มีผู้ชมคนไหนชอบที่จะโดนหลอกให้คลิกเข้าไปดูคอนเทนต์เพื่อเจอกับอะไรบางอย่างที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างเช่น ให้ดาวน์โหลด ลงทะเบียนสมัครสมาชิก และยิ่งรู้ว่าเป็นโพสต์ที่มีการจ่ายเงินทำโฆษณาแล้วยิ่งสร้างความรู้สึกด้านลบได้ง่ายๆ ดังนั้นการใส่ Call To Action หรือบอกผู้ชมให้ชัดเจนไปเลยว่าเราอยากให้เขามีส่วนร่วมหรือทำอะไรกับโพสต์นี้ นอกจากคนจะไม่เกลียดเพราะโดนเราเนียนหลอกให้กดแล้ว อัตราการมีส่วนร่วมก็ยังสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับโพสต์ที่ไม่ได้บอก Call To Action ที่ชัดเจน

 

7. จัดแคมเปญที่ให้แฟนๆ ได้มีส่วนร่วมสร้างคอนเทนต์

ลองสร้างแคมเปญหรือกิจกรรมที่ให้แฟนๆได้มีส่วนร่วมสร้างคอนเทนต์ดูสิ การที่คอนเทนต์ของพวกเขาถูกแชร์หรือพูดถึงโดยแบรนด์ที่ตัวเองชื่นชอบก็ช่วยสร้างความประทับใจได้ดีทีเดียว ทั้งยังเป็นการเปิดบทสนทนาให้แฟนๆ ทุกคนได้เข้ามาพูดคุยกันจากความรู้สึกมีส่วนร่วมกับกิจกรรมอย่างแท้จริง ยกตัวอย่างแคมเปญของ Burger King ที่ให้คนสามารถสร้างเมนูเบอร์เกอร์ตามแบบที่ชอบได้ผ่าน Instagram Story เมื่อสร้างเสร็จก็จะได้รับคูปองเพื่อนำไปแลกเบอร์เกอร์ฟรีได้ นอกจากแคมเปญจะฮิตติดลมบนจน Burger King ได้จำนวนผู้ติดตามทาง Social Media เพิ่มขึ้นแล้ว ยังได้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเมนูที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบและนำมาเป็นไอเดียผลิตเมนูใหม่ขึ้นมาวางขายต่อ ยอดจากการทำแคมเปญนี้ด้วย

 

8. สร้างปฏิทินการโพสต์คอนเทนต์

การสร้างปฏิทินการโพสต์ช่วยให้ไอเดียการทำคอนเทนต์ของเราไม่แปลกแยกไปจากรูปแบบที่เราต้องการจะให้เป็น พูดง่ายๆคือ ไม่แหวกแนวไปจากสิ่งที่เคยทำมาจนหลุดแนวทางที่วางไว้ และไม่หลุดจากกรอบเวลาที่เหมาะสมในการโพสต์คอนเทนต์บางหัวข้อ ซึ่งการทำปฏิทินคอนเทนต์เราสามารถทำในรูปแบบปฏิทินออนไลน์ได้ง่ายๆ ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยก็จะเป็นการทำบนฟีเจอร์ปฏิทินของ Google ที่เราสามารถแชร์ให้เพื่อนร่วมทีมสามารถเข้ามาดูและจัดการข้อมูลต่างๆ ได้ด้วย จะอยู่ที่ไหนก็ดูปฏิทินได้ผ่านบัญชี Google ของเราเอง

 

9. ใช้การโพสต์หลากหลายรูปแบบ

เพราะผู้ชมแต่ละคนจะตอบสนองต่อการโพสต์คอนเทนต์ในรูปแบบที่ต่างกัน แม้แต่การโพสต์คอนเทนต์วิดีโอบางประเภทที่ผู้ชมอาจแสดงการมีส่วนร่วมน้อยกว่าที่เราคาดหวังไว้เนื่องจากให้ความรู้สึกในการรับชมรายการโชว์ที่ดูจบแล้วผ่านไปมากกว่าจะมาแสดงความคิดเห็นหรือชวนผู้ชมอื่นๆ พูดคุยเกี่ยวกับวิดีโอคอนเทนต์นั้น เพราะฉะนั้นจึงดีกว่าหากเราลองโพสต์คอนเทนต์ที่หลากหลายประเภทและดูว่าส่วนใหญ่คนให้ความสนใจกับคอนเทนต์รูปแบบไหน เนื้อหาแบบนี้ควรสร้างคอนเทนต์ออกมาอย่างไร รวมทั้งทำให้เพจดูไม่น่าเบื่อเกินไปจากการมีคอนเทนต์แค่ประเภทเดียวด้วย

10. แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าสิ่งที่เราโพสต์ ผู้ชมอยากจะดูจริงๆ

อย่าเอาแตโพสต์สิ่งที่เราต้องการจะให้เขาเห็น ต้องไม่ลืมโพสต์สิ่งที่ผู้ชมอยากเห็นด้วย อย่าขายของ บรรยายสรรพคุณจนเกินพอดี สร้างคอนเทนต์ที่ทำให้เขารู้สึกว่าเราให้ประโยชน์กับเขามากกว่าที่เราอยากได้ตังค์ในกระเป๋าของเขา โดยอาจจะมีการสอดแทรกเรื่องราวของเราเข้าไปบ้างเพื่อให้เขาไม่ลืมและรู้จักตัวตนของเราด้วย เมื่อเราสร้างการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การมีส่วนร่วมก็จะตามมาพร้อมกับจำนวนคนที่รักเรามากขึ้นเอง

การสร้างการมีส่วนร่วมบน Social Media ก็เหมือนเป็นการลงทุนในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวอย่างหนึ่ง พูดง่ายๆ คือไม่ต่างกับเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับใครสักคนหนึ่ง เราต้องทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี แสดงความเป็นตัวของตัวเอง(อย่างเหมาะสมด้วยนะ) ใส่ใจสม่ำเสมอ และไม่ลืมที่จะใส่ใจความต้องการของเขา มากกว่าที่หวังจะให้เราได้ตามต้องการเพียงฝ่ายเดียวนะ