การตลาดที่เกิดจากแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง

การเลือกซื้อ

ในปัจจุบันรูปแบบการดำเนินชีวิต  วัฒนธรรมต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ  โลกเปิดกว้างขึ้น

ผู้บริโภคมีการศึกษา  และการเปิดรับข่าวสารต่าง ๆ มากขึ้น  ทำให้แนวโน้มพฤติกรรมต่าง ๆอาจเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตหลายประการ  ดังนี้

  1. ลักษณะครัวเรือนมีการเปลี่ยนแปลง  ในอดีตส่วนใหญ่  บุคคลมักจะอยู่รวมกันเป็นครอบครัวขนาดใหญ่  หรือที่เรียกว่า  ครอบครัวขยาย  (extended or consanguine family)  ได้แก่ครอบครัวเดี่ยว  มาอยู่ร่วมกับเครือญาติของตน  เช่น  ปู่ ย่า ตา ยาย  ลูกพี่ลูกน้อง  เป็นต้น    แต่ในปัจจุบันเนื่องจากเศรษฐกิจค่าครองชีพสูง  การต้องการความเป็นส่วนตัว  ความเร่งรีบในการใช้ชีวิตประจำวัน  รวมถึงการทำงานในเมือง  ทำงานต่างถิ่น  ทำให้ครอบครัวส่วนใหญ่มีขนาดเล็กลง  ส่งผลต่อพฤติกรรมต่าง ๆ เช่นครอบครัวขนาดใหญ่  มักซื้อสินค้าเป็นแพ็คใหญ่ ๆ  ขวดใหญ่ ๆ เพราะมีคนอยู่กันเยอะ  ส่วนครอบครัวเดี่ยวที่มี พ่อ แม่ ลูก  อาศัยอยู่ด้วยกันไม่กี่คน  ขนาดของสินค้าจะเล็กกว่า
  2. การศึกษาสูงขึ้น  ในอดีตการศึกษาจะให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่า  เพราะผู้ชายถูกวางบทบาทให้เป็นผู้นำครอบครัว  ส่วนผู้หญิงมักจะได้รับการศึกษาน้อยกว่า หรือไม่ได้รับเลย  หน้าที่หลักของผู้หญิงในสมัยก่อน  เมื่อโตขึ้น  ออกเรือน  (แต่งงาน) ก็จะต้องเป็นแม่บ้าน ดูแลลูก ๆ และสามี  แต่ในปัจจุบันผู้หญิงกับผู้ชายมีโอกาสในการศึกษาเท่าเทียมกัน  และพ่อแม่  ยุคใหม่ก็ให้ความสำคัญกับการศึกษามากขึ้น  เพราะการศึกษาทำให้เกิดโอกาสต่าง ๆ ตามมา  เช่นได้ทำงานสบาย ๆ  ไม่ต้องทำงานตากแดด  แบกหาม  มีรายได้สูง  ทำให้ฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น  คนยุคใหม่จึงค่อนข้างจะแข่งขันเพื่อจะได้มีวุฒิการศึกษาสูง ๆ ดังนั้นการศึกษาจึงส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการบริโภคและการเปิดรับข่าวสาร

    พฤติกรรมการเลือกซื้อ

  3. การแต่งงานช้าลง แนวโน้มประชากรในปัจจุบันจะอยู่เป็นโสดกันมากขึ้น  และหากแต่งงานก็จะแต่งช้าลง  เนื่องจากลักษณะวิถีชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนแปลง  ผู้หญิงสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้  มีรายได้เท่าเทียม หรืออาจมากกว่าผู้ชาย  ไม่อยากมีภาระ  ต้องการใช้ชีวิตอิสระนาน ๆ  การแต่งงานส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันมักเริ่มต้นในวัยที่ขึ้นเลยสามแล้ว เมื่อการแต่งงานช้าลงจึงส่งผลกระทบต่อการมีบุตร  โอกาสมีบุตรน้อยลงเพราะถ้าแม่อายุมาก  ลูกที่เกิดมาอาจไม่สมบูรณ์  หรือการเกิดปฏิสนธิยากขึ้น  จนบางคู่สมรสอาจจะไม่มีบุตรเลย  เฉลี่ยแล้วมักจะมีบุตร 1-2 คน  ต่อครอบครัว  ในขณะที่อดีตนิยมที่จะมีลูกเยอะ ๆ  เมื่อมีจำนวนประชากรที่เกิดใหม่ลดน้อยลงเรื่อย ๆ ส่งผลต่อการตลาดคือ  ตลาดเด็กมีขนาดเล็กลง  ตลาดไม่เจริญเติบโต  แต่เน้นด้านคุณภาพมากขึ้น เพราะพ่อ แม่ เมื่อมีบุตรน้อยลงก็จะให้ความสำคัญกับการเลือกสิ่งต่าง ๆให้ลูกมากขึ้น  พิเศษขึ้น เพราะอยากให้ลูกได้รับสิ่งดี ๆ
  4. สนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันมีโรคต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย  บางโรคก็ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยา  ผู้บริโภคจึงหันมาใส่ใจดูแลตัวเองในการบริโภคที่ถูกสุขลักษณะ  รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย  หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจก่อให้เกิดโรคตามมาภายหลัง  หันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย  การล้างสารพิษต่าง ๆ  สินค้าจำพวกอาหารก็ไม่ค่อยนิยมอาหารที่ใส่สารกันบูด  สีสันของอาหารหากเป็นสีธรรมชาติ  จะได้รับความนิยมมากกว่า  สินค้าสำหรับเด็ก  เช่น นมผง  ก็ใส่วิตามินต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและพัฒนาการของเด็ก  เช่นเติม DHA  โอเมก้า ลงไป
  5. ข้อจำกัดเรื่องเวลา ยุคปัจจุบันเป็นยุคแห่งการแข่งขัน  เร่งรีบ  ตื่นเช้ามาก็ต้องรีบไปทำงาน  เมื่อไปถึงที่ทำงานก็ต้องทุ่มเท  แข่งขัน  ทำงานอย่างหนัก เพื่อให้มีผลงานที่ดี  นายจ้างจะได้ปรับตำแหน่ง  เพิ่มเงินเดือนให้เยอะ ๆ จึงทำให้คนยุคนี้เหลือเวลาว่างเป็นส่วนตัวลดน้อยลง  เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเดินทาง  เพราะงานดี ๆ เงินเดือนสูง ๆ ก็มักจะอยู่ใจกลางเมือง  ซึ่งการจราจรก็นับวันจะยิ่งติดขัดรุนแรงมากขึ้น  ทำให้ต้องออกจากบ้านแต่เช้า และกลับถึงบ้านค่ำ  เวลาที่จะไปช็อปปิ้ง  ไปผ่อนคลายก็น้อยลง  ถ้ามีบริการส่งตรงถึงที่ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้ผู้บริโภคได้พิจารณา เช่น  การขายผ่านทางโทรศัพท์ (Tele marketing) อย่างขาย น้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรม ที่ให้พนักงานขายโทรศัพท์ไปแนะนำสินค้า  ซึ่งผู้บริโภคสามารถซื้อได้ทันที  และชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้ด้วย

การโฆษณาสามารถดึงจุดเด่นในเรื่องของการประหยัดเวลา เช่น สินค้ามีบริการส่งตรง มีช่างผู้ชำนาญไปช่วยเหลือฉุกเฉินไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *